คลังเก็บรายเดือน: กรกฎาคม 2021

สูตรแก้ไขมือดำคล้ำ ด้วยวิธีธรรมชาติ

สูตรแก้ไขมือดำคล้ำ ด้วยวิธีธรรมชาติ

สูตรแก้ไขมือดำคล้ำ ด้วยวิธีธรรมชาติ

สูตรแก้ไขมือดำคล้ำ ด้วยวิธีธรรมชาติ การมีสุขภาพผิวที่ดีนั้น ย่อมไม่ใช่แค่เพียงความขาวใสของใบหน้าเพียงอย่างเดียว แต่คือการมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งทั่วร่างกาย มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีใบหน้าเปล่งปลั่ง แต่มือเท้าดำคล้ำ เวลาไปทำเล็บก็ออกมาไม่สวยเหมือนที่คิด ดังนั้นเราจึงได้มัดรวมสูตรแก้ไขมือดำคล้ำ โดยใช้วิธีจากธรรมชาติ หากใครอยากรู้เลื่อนลงไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

สูตรแก้ไขมือดำคล้ำ จากวิธีธรรมชาติ

ฝรั่ง

ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซี ที่มีอยู่ในเนื้อฝรั่ง จะช่วยปรับสีผิวและลดเลือนรอยเหี่ยวย่นบริเวณหลังมือ เพียงแค่นำมันฝรั่งมาปอกเปลือกแล้วต้มจนสุก จากนั้นนำมาบด หากมีน้ำมันมะกอก น้ำผึ้ง หรือนม สามารถผสมลงไปได้เลย โดยใช้อัตราส่วน อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน นำไปแช่เย็นก่อนนำมาพอกมือทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รอยดำคล้ำจะค่อยๆ จางไป

มะนาว

มะนาว

น้ำมะนาวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เจ๋งสุดๆ เนื่องจากมีสรรพคุณในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเป็นวิธีที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ หากจะใช้รักษามือดำคล้ำก็แค่ผ่าเสี้ยวแล้วโรยด้วยน้ำตาลทราย ขัดถูบริเวณที่มือดำประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด และทาครีมบำรุงกับครีมกันแดดตามทุกครั้ง เพราะมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ แต่อาจทำให้ระคายเคืองง่าย เพียงทำสัปดาห์ละครั้ง มือที่เคยดำคล้ำก็จะค่อยๆ ผ่องขึ้นมาเอง

ไข่ขาว+น้ำผึ้ง

ไข่ขาว+น้ำผึ้ง

จะช่วยในเรื่องของเพิ่มความยืดหยุ่น เต่งตึงให้กับฝ่ามือและหลังมือ โดยให้แยกไข่ขาวออกมา แล้วผสมน้ำผึ้งลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ซึ่งน้ำผึ้งนี่แหละที่จะเป็นตัวช่วยในการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ผลัดเซลล์ผิวที่คล้ำออก จากนั้นผสมให้เข้ากันนำมาทาบนหลังมือ ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

แตงกวา

แตงกวา

ใครๆ ก็รู้ว่าแตงกวาเป็น ราชินีแห่งการบำรุงผิว เนื่องจากในแตงกวามีสาร Natural Moisturizing Factors กรดอะมิโนซีสทีน และเมไธโอนีน ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องการฟื้นฟูและบำรุงผิว ดังนั้นหากนำมาหั่นบางๆ วางทาบลงบนหลังมือหรือจุดที่ดำคล้ำ ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก จะช่วยลดความคล้ำได้และชุ่มชื้นด้วยค่ะ สามารถทำได้ 2-3 ครั้ง ต่อวัน

และนี่ก็คือ สูตรแก้ไขมือดำคล้ำด้วยวิธีธรรมชาติ เพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ ที่กำลังมีปัญหาเหล่านี้กันอยู่ สามารถนำเอาไปลองปรับใช้ให้เหมาะสมกับเราได้นะคะ

5 วิธีรักษาฝ้า ให้ผิวกลับมาสวยใส

วิธีรักษาฝ้า กระ ให้ผิวกลับมาสวยใส รอยฝ้าดูจางลงด้วยตัวเอง ได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่วิธี ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาของสาวๆ ได้ดีเลยทีเดียว อย่าพลาดกันนะคะ

สูตรหมักผมให้แข็งแรง หมดปัญหาผมหลุดร่วง

สูตรหมักผมให้แข็งแรง หมดปัญหาผมหลุดร่วง เชื่อว่าปัญหาผมขาดหลุดร่วง คือหนึ่งในปัญหาที่คอยกวนใจสาวๆ อย่างมาก และปัญหานี้ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนหมดความมั่นใจในตัวเองไปเยอะเลยทีเดียว

6 วิธีสุดฮิต กับการลดน้ำหนักแบบ IF

6 วิธีสุดฮิต กับการลดน้ำหนักแบบ IF

6 วิธีสุดฮิต กับการลดน้ำหนักแบบ IF สาวๆ หลายคนที่สนใจเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วย IF อาจจะมีความเข้าใจว่าเป็นการอดอาหารและควบคุมอาหารการกินเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การลดน้ำหนักแบบ IF ยังมีวิธีที่หลากหลายให้ได้เลือกทำอีกด้วย วันนี้เราจึงนำ 6 วิธีการลดน้ำหนักแบบ IF ที่ได้รับความนิยมอย่างมากมาฝากสาวๆ ให้ได้นำไปใช้กันดูค่ะ

6 วิธีสุดฮิต กับการลดน้ำหนักแบบ IF

1.Lean Gains

Lean Gains เป็นหนึ่งในวิธีการลดน้ำหนักแบบ IF ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ โดยวิธีนี้จะมีหลักการคือ 16:8 นั่นคือ อดอาหาร 16 ชั่วโมง และกินอาหาร 8 ชั่วโมง โดยในช่วงเริ่มต้นนั้นจะมีการแนะนำให้อดอาหารเพียง 14 ชั่วโมง และกินอาหาร 10 ชั่วโมง เมื่อร่างกายเริ่มมีการปรับตัว จึงค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาในการอดอาหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 16 ชั่วโมงตามสูตร

2.Fast 5

สำหรับการลดน้ำหนักแบบ IF ที่ใช้วิธี Fast 5 จะมีวิธีที่ค่อนข้างยากนั่นก็คือ กิน 5 ชั่วโมง จากนั้นอดอาหารยาวถึง 19 ชั่วโมงแบบต่อเนื่อง ถือเป็นวิธีที่ต้องใช้ความอดทนในการอดอาหารสูงมากเลยทีเดียว

3.Eat Stop Eat

ในส่วนของการทำ IF แบบวิธี Eat Stop Eat มีขั้นตอนโดยการอดอาหารประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งในช่วงของการอดอาหารนั้นสามารถกินอาหารเบาๆ ตามจำนวนแคลอรีที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันได้ ทั้งนี้ Eat Stop Eat ถือเป็นวิธีที่ค่อนข้างยาก และหากปฏิบัติไม่ถูกต้องหรือควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดีพอ ก็จะทำให้เกิดอาการหงุดหงิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนั่นก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายตามมาได้

4.5:2

การลดน้ำหนักแบบ IF ที่ใช้วิธี 5:2 จะมีขั้นตอนคือ กินอาหารแบบปกติ 5 วัน และกินแบบ Fasting 2 วัน ทั้งนี้ผู้ที่ลดน้ำหนักสามารถเลือกได้ว่าจะทำการอดอาหารติดกันหรือจะกินแบบ Fasting โดยเว้นระยะห่างกันก็ได้ ซึ่งวิธีการอดนั้นจะไม่ใช่การอดแบบไม่กินอะไรเลย แต่จะเป็นการกินอาหารที่น้อยลงจากเดิมนั่นเอง

Warrior Diet

5.Warrior Diet

วิธี Warrior Diet เป็นหนึ่งในวิธีการลดน้ำหนักแบบ IF ที่ถือว่าโหดใช้ได้เลยทีเดียว เพราะมีวิธีการคือ อดอาหาร 20 ชั่วโมง และกินอาหารเพียงแค่ 4 ชั่วโมง ซึ่งจะต้องกินมื้อใหญ่เพียงแค่มื้อเดียวเท่านั้น ทั้งนี้อาหารที่กินจะต้องเน้นโปรตีนและผักสดเป็นหลัก และในขณะที่ทำการอดอาหารนั้น ผู้ที่ลดน้ำหนักสามารถดื่มหรือกินอาหารที่มีแคลอรีต่ำได้บ้างเล็กน้อย

6.ADF

วิธีสุดท้ายของการลดน้ำหนักแบบ IF ที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ ADF หรือที่เรียกว่า Alternate Day Fasting ซึ่งเป็นวิธีที่โหดและหนักมากที่สุดเมื่อเทียบกับ 5 วิธีที่กล่าวไปข้างต้น เนื่องจากใช้วิธีการอดและการกินแบบวันเว้นวัน โดยในวันที่อดอาหารนั้นผู้ที่ลดน้ำหนักสามารถกินอาหารที่มีแคลอรีต่ำได้

เห็นถึงความแตกต่างของแต่ละวิธีในการลดน้ำหนักแบบ IF กันไปแล้ว สาวๆ มีวิธีไหนที่โดนใจตัวเองบ้างหรือเปล่า ยังไงก็อย่าลืมเลือกใช้วิธีที่เหมาะกับสภาพร่างกายของตัวเองกันก่อน อย่ากดดันหรือฝืนตัวเองมากเกินไป เพราะมิเช่นนั้นอาจทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผล เพราะอาจเกิดการยอมแพ้ระหว่างทางได้นั่นเอง

5 กีฬาออกกำลังกาย เผาผลาญไขมันแน่นอน

ออกกำลังกายเผาผลาญไขมัน การออกกำลังกายหรือแค่เคลื่อนไหวร่างกายก็ย่อมช่วยเผาผลาญ และเบิร์นไขมันส่วนเกินได้บ้าง มารู้จักกับการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักที่เรานำมาฝากกันดีกว่าค่ะ

บทความแนะนำ :: Pricecarth

แฟชั่นเสื้อสุดชิค สำหรับสาวอกเล็กที่ควรมีติดตู้

แฟชั่นเสื้อสุดชิค สำหรับสาวอกเล็กที่ควรมีติดตู้

แฟชั่นเสื้อสุดชิค สำหรับสาวอกเล็กที่ควรมีติดตู้

แฟชั่นเสื้อสุดชิค สำหรับสาวอกเล็กที่ควรมีติดตู้ สาวอกเล็กก็แต่งตัวได้สนุกเหมือนกันนะ ไม่ต้องเสียเซลฟ์ว่าจะแต่งแล้วไม่สวยแบบคนที่มีหน้าอก เพราะถ้าเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เป็น ก็ช่วยให้ลุคออกมาแซ่บได้เหมือนกัน แต่ก็ต้องมีไอเท็มในการแต่งตัวเป็นตัวช่วยกันหน่อย เราเลยรวมแบบเสื้อแฟชั่นสวยๆ มาให้สาวอกเล็กได้เลือกลุคแต่งตัวแบบสวยเผ็ชได้ไม่แพ้ใครเลยค่ะ

บราเล็ต (Bralette)

5 แฟชั่นเสื้อสุดชิค สำหรับสาวอกเล็กที่ควรมีติดตู้

บราเล็ตจะเป็นเสื้อในกึ่งเสื้อครอป ที่ใส่แทนเสื้อในได้แถมแมทช์ลุคการแต่งตัวได้แซ่บมาก ใส่คู่กับกางเกงเอวสูง หรือกระโปรง แล้วคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสวยๆ รวมถึงเสื้อซีทรูเท่านี้ก็ได้ สาวที่อกเล็กอยากเสริมความมั่นใจ ก็เลือกเสื้อบราเล็ตมาใส่ในวันที่ต้องการความมั่นใจได้ค่ะ

เสื้อเกาะอก

แฟชั่นเสื้อสุดชิค สำหรับสาวอกเล็กที่ควรมีติดตู้

เสื้อเกาะอก ก็เป็นอีกแฟชั่นเสื้อที่สาวอกเล็กใส่แล้วดูชิคและแซ่บมาก โดยไม่ต้องกลัวว่าจะดูโป๊เกินไปอีกด้วย เสื้อเกาะออกมีให้เลือกหลายแบบและแมทช์ได้กับกางเกงยีนส์ กางเกงเอวสูงแบบต่างๆ เป็นลุคแต่งตัวสนุกๆ อีกลุคเลยค่ะ

เสื้อสายเดี่ยว

เสื้อสายเดี่ยว

เสื้อสายเดียวเป็นเสื้อที่ใส่ง่ายมาก สำหรับสาวอกเล็กเลย ถ้าใครมั่นพอก็โนบราได้ไม่โป๊ แต่ถ้าใครยังมั่นไม่พอ ก็เลือกเป็นที่ปิดหัวนมมาใช้แล้วสวมเสื้อสายเดี่ยวทับ ได้ลุคที่ชิคสบายๆ มากอีกแบบเลยค่ะ

เสื้อเปิดไหล่

เสื้อเปิดไหล่

อีกแบบเสื้อแฟชั่นที่ช่วยให้สาวอกเล็กแต่งตัวได้ชิค กับการใส่เสื้อเปิดไหล่ โชว์ไหล่และเนินอกเล็กๆ ได้ลุคที่ดูน่ารักปนเซ็กซี่เล็กๆ ได้นะคะ จะเลือกเป็นแบบครอปหรือโอเวอร์ไซส์แล้วแมทช์กับกางเกงยีนส์ เท่านี้ก็แต่งตัวได้เริ่ดค่ะ

เสื้อครอป

อครอป

เรียกได้ว่าเสื้อครอปเป็นมิตรกับสาวอกเล็กมาก เพราะได้สไตล์ที่ดูสบายๆ ช่วยพรางสายตาไปที่ช่วงเอว ทำให้ได้ลุคที่น่ารักเซ็กซี่เบาๆ แบบไม่ต้องแคร์ไซส์อกเลยค่า

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ เสื้อที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ สาวอกเล็กคนไหนที่อยากได้ลุคแต่งตัวสบายๆ ชิคๆ แซ่บได้ น่ารักด้วย ก็เลือกเสื้อทั้ง 5 แบบมามิกซ์แอนด์แมทช์ ก็สนุกกับการแต่งตัวให้ดูเซ็กซี่ได้ไม่ได้สนใจเรื่องขนาดหน้าอกกันเลยค่ะ

แนะนำวิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ให้ปังในปี 2021

วิธีขายเสื้อผ้าแฟชั่นบนออนไลน์ ในปัจจุบันเศรษฐกิจแบบนี้ หลายคนอาจจะมองหาอาชีพเสริม ร้านค้าต่าง ๆ อาจจะขายของยาก แต่เราอยากจะแนะนำธุรกิจหนึ่ง ที่กำลังมาแรงในสถานะการณ์เช่นนี้ นั่นคือการขายเสื้อผ้าแฟชั่นผ่านออนไลน์นั่นเองค่ะ

บทความแนะนำ :: Pricecarth

สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณ ติดมือถือ มากเกินไปแล้ว

สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณ ติดมือถือ มากเกินไปแล้ว

สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณ ติดมือถือ มากเกินไปแล้ว

สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณ ติดมือถือ มากเกินไปแล้ว การติดมือถือ เป็นโรคที่กำลังระบาดอย่างหนักในทั่วทุกภูมิภาคของโลก ซึ่งมีผลร้ายต่อสุขภาพมากมายหลายประการ ฉะนั้น ถ้าใครยังไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้อยู่ ก็ลองตรวจเช็ดดูนะว่าคุณมีอาการดังต่อไปนี้อยู่หรือเปล่า วันนี้เราได้นำ 5 วิธีเช็คมาฝากกัน ไปติดตามพร้อมๆ กันเลย!!

5 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลัง ติดมือถือ

สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณ ติดมือถือ มากเกินไปแล้ว

1.คุณประสาทกินเมื่อแบตมือถือเหลือน้อย

ถ้าหัวใจของคุณเต้นตูมตามหรือมีเหงื่อออกที่มือ เวลาที่แบตมือถือกำลังจะหมดล่ะก็ ขอให้เข้าใจไว้เลยว่าคุณกำลังโดนโรคติดโทรศัพท์มือถือเล่นงานเข้าให้แล้วล่ะ เนื่องจากการวิตกกังวลว่าคุณจะไม่สามารถติดต่อใครได้ ไม่สามารถเช็คอีเมล และไม่สามารถตรวจดูความเคลื่อนไหวในสื่อสังคมออนไลน์นั้น คือตัวบ่งบอกที่ชัดเจนว่า…คุณเป็นโรคติดโทรศัพท์มือถือ!

2.คุณออกจากบ้านไม่ได้ถ้าไม่มีมือถือ

การไม่มีสมาธิที่จะทำอะไรได้ถ้าไม่มีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือนั้น คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังหมกหมุ่นอยู่กับอะไรแบบไร้สติ ซึ่งควรหาวิธีบำบัดโรคติดโทรศัพท์มือถือได้แล้ว เพราะโลกใบนี้มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ตั้งมากมาย ถ้าคุณเอาแต่ก้มหน้าก้มตาสไลด์หน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่ คุณก็จะพลาดสิ่งที่น่าสนใจเหล่านี้ไปจนหมด

3.คุณรู้สึกหงุดหงิดมากถ้าใช้มือถือไม่ได้

สัญญาณที่ชัดเจนอีกอย่างหนึ่งก็คือ คุณจะรู้สึกระทมทุกข์มากถ้าอยู่ห่างจากโทรศัพท์มือถือ และรู้สึกประสาทเสียเอามากๆ ถ้าไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือได้ ซึ่งถ้ามีใครมาบอกให้คุณวางมือถือลงในระหว่างดินเนอร์ล่ะก็ คุณอาจมีอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมาเลยก็ได้

4.คุณเช็คมือถือในขณะขับรถ

การเช็คมือถือขณะขับรถ เป็นการกระทำที่เสี่ยงต่อชีวิตทั้งของคุณเองหรือของผู้อื่น อาการนี้ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคติดโทรศัพท์มือถือขั้นรุนแรง เพราะนั่นจะทำให้คุณตัดสินใจอะไรได้ช้ากว่าตอนเมาแล้วขับซะอีกนะ แถมยังช้าเป็นสามเท่า เมื่อเปรียบเทียบกับการยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูในขณะขับรถ นี่เป็นการกระทำที่บ่งบอกว่าคุณกลัวจะส่งข้อความไม่ทันมากกว่าจะกลัวตาย

คุณใช้มือถือเช็คเรื่องงานในขณะลาพักร้อน

ผลการศึกษาวิจัยพบว่าผู้คน 60 เปอร์เซ็นต์ที่กลับมาจากการไปเที่ยวพักร้อนนั้น มักจะไม่รู้สึกกระปรี้เปร่าหรือเฟรซขึ้น เนื่องจากยังต้องติดต่อเรื่องงานและเช็คอีเมลอยู่ ซึ่งนี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนของโรคติดโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะทำให้ไม่รุ่งทั้งในเรื่องการงานและชีวิตส่วนตัว

ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในการใช้มือถือ

ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในการใช้มือถือ

สำหรับผู้คนโดยส่วนใหญ่แล้ว การควบคุมการใช้สมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ตน้น ไม่ใช่การเลิกใช้แบบหักดิบ แต่เป็นอะไรที่คล้ายๆ การควบคุมอาหารนั่นแหละ เพราะยังไงๆ คุณก็ยังต้องกินอาหารให้มีชีวิตอยู่ต่อไป แต่แค่กินให้น้อยลง เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นเท่านั้นเอง และนี่คือวิธี…

  • จัดตารางการใช้โทรศัพท์มือถือ เช่น จัดตารางการใช้โทรศัพท์ในช่วงเวลาที่แน่นอนในแต่ละวัน โดยอาจให้รางวัลตนเองที่จะมีเวลาใช้โทรศัพท์ได้มากขึ้น ถ้าสามารถทำงานบ้านหรืองานอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  • ปิดโทรศัพท์มือถือ ในช่วงเวลาที่แน่นอนในแต่ละวัน อย่างเช่น เวลาที่คุณขับรถ เข้าประชุม ออกกำลังกาย กินข้าว หรือเล่นกับลูกน้อย และไม่ควรนำมือถือเข้าไปใช้ในห้องน้ำด้วย
  • อย่าใช้มือถือหรือแท็บเล็ตบนเตียงนอน แสงสีฟ้าที่ออกมาจากหน้าจอโทรศัพท์นั้นอาจรบกวนการนอนหลับของคุณได้ ถ้าคุณใช้มือถือในช่วงก่อนเข้านอนสองชั่วโมง ฉะนั้นก็ปิดมือถือแล้วเสียบสายชาร์จในอีกห้องหนึ่ง แล้วหยิบหนังสือที่เป็นหนังสือจริงๆ ขึ้นมาอ่านในช่วงก่อนนอนแทน
  • หากิจกรรมอย่างอื่นทำ ถ้าคุณรู้สึกเบื่อหรือเหงา การข่มความรู้สึกไม่ให้ใช้สมาร์ทโฟนจะกลายเป็นเรื่องยากลำบากได้ ฉะนั้น ก็วางแผนการฆ่าเวลาของคุณเอาไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิ การอ่านหนังสือ หรือการพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ
  • ลบแอปโซเชียลมีเดียออกจากมือถือ เพื่อจะได้เช็คเฟซบุค ทวิตเตอร์ และยอดไลค์ต่างๆ ได้ทางคอมพิวเตอร์ได้ทางเดียว แล้วอย่าลืมนะว่าสิ่งที่คุณเห็นบนโลกออนไลน์นั้น ไม่ใช่ภาพสะท้อนที่แท้จริงบนโลกแห่งความเป็นจริง ฉะนั้น หยุดนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร หรือเลิกใส่อารมณ์กับเรื่องราวดราม่าบนโลกอินเตอร์เน็ตได้แล้ว
  • จำกัดการตรวจเช็คมือถือ ถ้าคุณตรวจเช็คอะไรในมือถือทุกๆ สองนาทีอยู่ล่ะก็ เลื่อนเวลาออกไปให้นานขึ้นซะ โดยจำกัดเวลาตัวเองให้ตรวจเช็คได้ทุกๆ 15 นาที จากนั้น ก็เพิ่มเป็นทุกๆ 30 นาที และทุกๆ หนึ่งชั่วโมงในที่สุด
  • ไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดอะไร คุณต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่า คุณไม่มีทางที่จะติดตามข่าวเด็ดหรือเรื่องชวนเม้าท์มอยได้ทุกเรื่องหรอกนะ ซึ่งถ้าคุณทำใจยอมรับได้ คุณก็จะเป็นอิสระจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด

และนี่ก็เป็นข้อมูลที่เราได้รวบรวมมาฝากกัน หากใครที่สงสัยว่าตัวเองเข้าข่ายเป็นโรคติดมือถือหรือเปล่า ก็อย่าลืมเช็คอาการเบื้องต้นดังที่กล่าวมาข้างต้น สำหรับใครที่มีอาการรุนแรง อย่าลืมปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันนะคะ จะได้มีสุขภาพจิตที่ดี

วิธีตั้งสติ เมื่อกำลังตกอยู่ในความวิตกกังวล

วิธีตั้งสติเมื่อกำลังวิตกกังวล สำหรับบางคนเมื่อเกิดความวิตกกังวล อาจทำให้ไม่สามารถมีสติในการทำงาน หรือไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ซึ่งส่งผลเสียต่อหน้าที่การงาน รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน จะมีวิธีการตั้งสติอย่างไรได้บ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

บทความเพิ่มเติม :: pricecarth

ประสบการณ์เดินป่าภูกระดึงสุดโหด ครั้งหนึ่งในชีวิต

ประสบการณ์เดินป่าภูกระดึงสุดโหด ครั้งหนึ่งในชีวิต

ประสบการณ์เดินป่าภูกระดึงสุดโหด ครั้งหนึ่งในชีวิต

ประสบการณ์เดินป่าภูกระดึงสุดโหด ครั้งหนึ่งในชีวิต ช่วงนี้ออกเดินทางไม่ได้ ก็ได้แต่เฝ้าภาวนาให้โรคระบาดโควิด 19 หายไปจากประเทศไทยและโลกนี้ไวๆ เราจะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวให้หายคิดถึงธรรมชาติกันเสียที เชื่อว่าเกือบทุกท่านคงคิดเช่นเดียวกัน วันนี้เราได้แต่เพียงค้นภาพการเดินทางเก่าๆ เปิดดูกัน ราวกับการนั่งคิดถึงใครสักคนแต่ไม่สามารถเดินทางไปหาได้ มันเป็นความรู้สึกที่ทรมานเหลือเกิน

วันนี้ได้เปิดโฟลเดอร์ภาพขึ้นโฟลเดอร์หนึ่งที่ไม่ได้เปิดมานาน จนแทบลืมไปแล้วว่าเคยไปมา ภาพความทรงจำในอดีตเริ่มผุดขึ้นมาเป็นระยะ มันเป็นภาพที่ถูกถ่ายเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2546 หรือเมื่อ 18 ปีที่แล้ว เป็นภาพที่เก่ามากแต่น่าแปลกตรงที่ว่าผมยังจำการเดินทางในช่วงเวลานั้นได้ดี อาจเป็นเพราะความประทับใจจากธรรมชาติที่หาโอกาสเข้าถึงได้ยาก ซึ่งน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้เข้าไป อีกทั้งความประทับใจจากมิตรสหายผู้ร่วมเดินทางที่ทุกคนน่ารักมีน้ำใจที่ดีต่อกัน เป็นทริปเดินป่าที่สุดโหดทริปหนึ่งในช่วงเวลานั้น เป็นเสมือนทริปลับอำพรางจากพงพนาป่าเขียวปกปิดซ่อนเร้นไว้ เพื่อให้ธรรมชาติได้ดำรงอยู่มาจนทุกวันนี้ ณ ที่แห่งนี้คือ “ป่าปิด ภูกระดึง” ภูเขารูปหัวใจดินแดนแห่งความรักความหลังของใครหลายคน

ประสบการณ์เดินป่าภูกระดึงสุดโหด ครั้งหนึ่งในชีวิต

ในทริปนั้นผู้ร่วมทริปเดินเท้าขึ้นสู่ภูกระดึงโดยมีจุดหมายแรกคือบริเวณหลังแป และต่อด้วยศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางอันเป็นจุดกางเต็นท์พักแรม ช่วงปลายฤดูร้อนต้นฤดูฝนไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมามากนัก ทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึงจะเปิดให้นักท่องเที่ยวแจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางเข้าไปทัศนศึกษาในบริเวณป่าปิดได้ เนื่องจากทางอุทยานฯ มีความพร้อมเกี่ยวกับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่จะนำทางและดูแลความปลอดภัย หากเป็นช่วงปลายปีหรือต้นปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ทางอุทยานฯ จึงไม่สะดวกที่จะแบ่งปันเจ้าหน้าที่ให้ติดตามนักท่องเที่ยวไปยังในป่าปิดได้ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทางอุทยานฯ เปิดหรือปิดการเดินทางทัศนศึกษาในเขตป่าปิด

อีกเหตุผลหนึ่งคือป่าปิดมีพื้นที่รวมแล้วคิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ นั่นหมายความว่าส่วนที่เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทั่วไปนั้นคิดเป็นเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ป่าปิดจึงเป็นป่าขนาดใหญ่ มีความบอบบางทางธรรมชาติและอันตรายค่อนข้างมาก ป่าปิดเป็นที่อยู่ของสัตว์ใหญ่นานาชนิด การเดินเท้าเข้าไปเป็นไปด้วยความยากลำบาก เส้นทางที่รกชัฏ ป่าทึบ บางช่วงเป็นหุบเหว ถ้ำธาร ระยะทางไปกลับถูกออกแบบเป็นวงกลม มีอยู่ 2 เส้นทาง แต่ละเส้นทางมีระยะทางไปกลับประมาณ 14 และ 23 กิโลเมตร ต้องเดินทางไปกลับภายในวันเดียว ผู้เดินทางเข้าไปต้องมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง สามารถดูแลตัวเองได้ หากประสบอุบัติเหตุในป่าลึกจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากทีเดียว

ทริปนั้นวันแรกผมเลือกเส้นทาง 14 กิโลเมตร โดยเริ่มจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ผ่านองค์พระพุทธเมตตา มุ่งหน้าสู่น้ำตกขุนพองซึ่งเป็นไฮไลท์ของเส้นทาง น้ำตกขุนพองเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำพอง บริเวณน้ำตกมีต้นเมเปิลดังที่เราเคยเห็นในภาพหรือโปสการ์ดของภูกระดึง ที่เป็นภาพน้ำตกขนาดใหญ่แล้วมีต้นเมเปิดอยู่ด้านข้างน้ำตก ช่วงฤดูหนาวจะทิ้งใบสีแดงล่วงหล่นมาติดอยู่ตามโขดหิน สวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีน้ำตกใดเสมอเหมือน

อุทยานฯภูกระดึง

เมื่อเดินถัดลงไปด้านล่างจะเป็นน้ำตกหงษ์ทองซึ่งมีขนาดเล็กกว่า จากนั้นเดินขึ้นไปตามทางสู่บริเวณที่เรียกกว่ากำแพงเมืองจีนที่ผ่านกาลเวลาก่อตัวเป็นชั้นหินยาว จนมีคนเปรียบเปรยว่ายิ่งใหญ่คล้ายกำแพงเมืองจีน แล้วเดินผ่านทุ่งหญ้ามุ่งหน้าสู่ลานพระพุทธเมตตา รวมเวลาเดินเท้าตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ เราหมดเวลาของวันส่วนใหญ่ไปกับการแหวกพงหญ้าทางเดิน การถ่ายภาพเก็บรายละเอียด และที่ใช้เวลามากที่สุดคือช่วงเดินขึ้นจากน้ำตกหงษ์ทองมาสู่พื้นราบด้านบน เนื่องจากจะต้องปีนป่ายอยู่หลายจุด อีกทั้งมีฝนตกลงมาในช่วงบ่ายทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินเป็นอย่างมาก

ส่วนเส้นทางที่สองนั้น ระยะทาง 23 กิโลเมตร โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ผาส่องโลก น้ำตกผาน้ำผ่า เอาไว้โอกาสหน้าจะมาเล่าให้ฟังนะครับ สำหรับทริปนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้ก่อน คงจะอีกนานแสนนานกว่าเราจะได้พบกันอีก

5 ที่เที่ยวหลวงพระบาง ไม่ไปถือว่าพลาด!

ที่ท่องเที่ยวหลวงพระบาง วันนี้จะชวนไปเที่ยวชิลๆ กับเมืองมรดกโลกในประเทศเพื่อนบ้านของเรากันที่ หลวงพระบาง เป็นเมืองที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศลาว ธรรมชาติสวยงามบรรยากาศดี เหมาะสำหรับใครที่อยากพักกายพักใจ และออกไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ให้ธรรมชาติสวยๆ บำบัดจิตใจเรา 

บทความเพิ่มเติม :: pricecarth

เคล็ดลับชะลอวัย เพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

เคล็ดลับชะลอวัย เพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

เคล็ดลับชะลอวัย เพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

เคล็ดลับชะลอวัย เพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน เดี๋ยวนี้เรื่องของความอ่อนเยาว์นั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่มีแต่สาว ๆ ให้ความสนใจเพียงอย่างเดียว แต่หนุ่ม ๆ หลายคนก็อาจอยากดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงด้วยเช่นกัน ดังนั้น เคล็ดลับชะลอวัย ถือเป็นสิ่งที่หลายคนคงอยากจะรู้ แล้วจะชะลอวัยอย่างไรให้ดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กัน มีเคล็ดลับอะไรบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมๆ กันเลย

เคล็ดลับชะลอวัย อ่อนเยาว์และสุขภาพดี

สำหรับ เคล็ดลับชะลอวัย หรือเคล็ดลับชะลอความแก่ ที่จะทำให้หนุ่มสาวทั้งหลาย แลดูอ่อนเยาว์แถมยังสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก สามารถทำได้ดังนี้

เคล็ดลับชะลอวัย อ่อนเยาว์และสุขภาพดี

เลิกสูบบุหรี่

การเลิกสูบบุหรี่ในทันทีมีแนวโน้มที่จะทำให้อายุยืนยาวและสุขภาพโดยรวมของคุณมีการเปลี่ยนแปลง การศึกษาจำนวนมากจากแหล่งที่เชื่อถือได้ระบุว่า การสูบบุหรี่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่และสุขภาพโดยรวมของทั้งผู้ชายและผู้หญิง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป แสดงให้เห็นว่า การสูบบุหรี่ทำให้อายุสั้นลง ทั้งยังทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับอายุมากขึ้น เช่น โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน นอกจากนั้น การสูบบุหรี่ยังทำให้ผิวแก่ก่อนวัยและยังทำให้ผู้ที่สูบดูแก่ก่อนวัยอีกด้วย

รักษาน้ำหนักให้คงที่

หากไขมันในร่างกายของคุณมีมากเกินไปจะทำให้มีแนวโน้มในการเกิดโรคต่าง ๆ ไปจนถึงภาวะทางสุขภาพร้ายแรงหลายอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง โดยโรคอ้วนอาจส่งผลร้ายแรงต่อตับของคุณ จนสามารถนำไปสู่โรคไขมันพอกตับได้

ยิ่งไปกว่านั้นไขมันหน้าท้องที่มากเกินไปยังเชื่อมโยงกับภาวะเมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) ซึ่งรวมถึงอาการต่าง ๆ เช่น น้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง การคำนวณจำนวนแคลอรี่ที่เหมาะสมที่คุณควรบริโภคในแต่ละวัน และการจัดการกับแผนลดน้ำหนัก จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วย เคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น ระบบการทำงานของร่างกายดีขึ้น และมีอายุยืนยาว

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ประโยชน์ของการออกกำลังกายมีมากมาย ช่วยให้สุขภาพหัวใจและหลอดเลือดดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งและเบาหวาน จัดการความเครียดให้ดีขึ้น และช่วยให้อายุยืนยาวขึ้น

การศึกษาในปีค.ศ. 2011 จากแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ มีการศึกษาเกี่ยวกับผู้ชายและผู้หญิงมากกว่า 416,000 คน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet แสดงให้เห็นว่า อาสาสมัครที่ออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นในการออกกำลังกายปานกลาง เช่น การเดินเร็ว โดยเฉลี่ย 15 นาทีต่อวัน มีอายุเฉลี่ยมากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายถึง 3 ปี

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาชิ้นอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ยืนยาวของการออกกำลังกาย เช่น ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย รักษากระดูกให้แข็งแรง และอายุยืนยาว โดยคุณสามารถออกกำลังกายได้ทั้งการเดิน ว่ายน้ำ วิ่ง หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่คุณสนใจ

รับประทานอาหารชะลอวัย

การรับประทานอาหารที่สมดุล โดยทานผลไม้ ผัก โปรตีน ปลาที่มีสารปรอทต่ำ เมล็ดธัญพืช และไขมันที่ดีต่อสุขภาพในปริมาณปานกลาง มีความเชื่อมโยงในงานวิจัยเพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ในขณะที่การทานอาหารเสริมวิตามินและแร่ธาตุ อาจช่วยชดเชยส่วนประกอบที่ขาดหายไปได้ นักโภชนาการส่วนใหญ่แนะนำให้รับสารอาหารจากอาหาร

ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสม เป็นการป้องกันโรคภัย และเป็นวิธีที่ชาญฉลาดในการรักษาความอ่อนเยาว์ของร่างกายและเซลล์ภายในร่างกาย

จัดการกับความเครียด

จัดการกับความเครียด

แม้คุณจะพยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายมาก ๆ แต่หากมองข้ามผลกระทบของความเครียดที่มีต่อสุขภาพก็อาจทำให้คุณดูแก่ก่อนวัยได้เช่นกัน เนื่องจากความเครียดมีผลทางสรีรวิทยาหลายอย่างรวมถึงการเพิ่มระดับคอร์ติซอล (Cortisol) ฮอร์โมนความเครียดนั้นอาจส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจและหลอดเลือด ไขมันหน้าท้อง ภาวะซึมเศร้า และความต้านทานต่อโรคต่ำลง

ในการศึกษาในผู้สูงอายุ 861 คนในปีค.ศ. 2010 ผู้ที่มีระดับคอร์ติซอลในปัสสาวะสูง มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดถึง 5 เท่า แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีประวัติของโรคหัวใจก็ตาม

นอกจากนั้นการศึกษาหลายชิ้นชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงของการทำสมาธิกับอัตราเสียชีวิตที่ต่ำ ดังนั้น การลองทำสมาธิเพื่อทำให้จิตในสงบ หรือแม้แต่ยิ้มให้มากขึ้น ก็เป็นวิธีที่สามารถจัดการกับระดับความเครียดในแต่ละวันของคุณเป็นอย่างดี

การเข้าสังคม

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งของการมีวิถีชีวิตที่ยืนยาว คือ การเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายทางสังคมที่ใหญ่ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนและครอบครัว นักจิตวิทยา Howard Friedman และ Leslie Martin ได้วิจัยเกี่ยวกับชาวแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา 1,500 คน ซึ่งได้ทำการศึกษาตั้งแต่ในกลุ่มช่วงวัยเด็กจนถึงวัยชรา พบว่า การเชื่อมต่อและการรวมอยู่ในชุมชนเป็นตัวการสำคัญที่สุดในการมีอายุยืนยาวมากขึ้น

เพื่อนและคนสนิทเพียงไม่กี่คนสามารถช่วยคุณแบกรับช่วงเวลาที่ยากลำบากและรับมือกับความยากลำบากได้ง่ายขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นปัจจัยที่จะช่วยในระบบภูมิคุ้มกันของคุณทำให้คุณแข็งแรง ทั้งยังส่งผลให้ชีวิตของคุณยืนยาวขึ้นอีกหลายปี

วิธีรักษาฝ้ากระด้วยตัวเอง มีเพียงไม่กี่วิธี ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาของสาวๆ ได้ดีเลยทีเดียว อย่าพลาดกันนะ เนื่องจากเราได้นำวิธีรักษาแบบธรรมชาติมาฝาก สาวๆที่กำลังมองหาทางรักษาฝ้าอยู่ ทำอย่างไรก็ไม่หายไปสักที เรามีมาฝากกันค่ะ

วิธีดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย เพื่อสุขภาพที่ดี และได้อยู่กับคบที่เรารักไปนานๆ ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าความร่ำรวยเงินทองคือ บ่อเกิดของความสุข แต่คุณจะมีความสุขกับเงินที่หามาได้อย่างไร ดังนั้นเราจึงมีวิธีมาดูแลสุขภาพมาแนะนำเพื่อนๆ