คลังเก็บหมวดหมู่: ความงาม

สิวผด ปัญหากวนใจของคนผิวแพ้ง่าย

สิวผด ปัญหากวนใจของคนผิวแพ้ง่าย

สิวผด ปัญหากวนใจของคนผิวแพ้ง่าย

สิวผด ปัญหากวนใจของคนผิวแพ้ง่าย

อากาศในเมืองไทยที่มีทั้งความร้อน แสงแดด และมลภาวะ ทำให้สาว ๆ ล้วนต้องเจอกับปัญหาผิวสารพัด ทั้งผื่นแพ้ ผิวหมองคล้ำ ปัญหาสิวต่าง ๆ และอีกหนึ่งปัญหาเล็ก ๆ แต่รบกวนความมั่นใจก็คือ สิวผด ปัญหากวนใจของคนผิวแพ้ง่าย ซึ่งมักจะเห่อขึ้นมาตอนอากาศร้อน และเมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะ รวมถึงการใส่หน้ากากอนามัยจนผิวหน้าเกิดการระคายเคืองจากการเสียดสี และเกิดสิวผดที่แก้ม ที่คาง หรือตำแหน่งอื่น ๆ บนใบหน้าตามมา

สิวผดคืออะไร

สิวผด (Acne Estivalis) คือ สิวที่สามารถพบได้บ่อยเมื่ออากาศร้อนหรือมีเหงื่อออก มีลักษณะคล้ายผดผื่นเม็ดเล็ก ๆ สีแดง พบได้มากบริเวณหน้าผากและขมับ โดยสิวผดมักจะเห่อขึ้นมาในช่วงบ่าย และอาการจะลดลงไปได้เองในช่วงเย็น

สิวผด ปัญหากวนใจของคนผิวแพ้ง่าย

สาเหตุของสิวผด

-เกิดการแพ้และระคายเคืองบนผิวหนัง ส่วนใหญ่สิวผดมักเกิดจากผิวหนังโดนแสงแดดและความร้อน ทำให้ผิวหนังต้องเร่งการขับเหงื่อ และเมื่อต่อมเหงื่อไม่สามารถระบายเหงื่อออกได้หมดก็จะทำให้เกิดการอุดตันจนกลายเป็นสิวผดขึ้นมา นอกจากนี้ยังเกิดได้จากการแพ้ครีมบำรุงผิว เครื่องสำอาง มลภาวะต่าง ๆ

-เกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง เชื้อราที่ชื่อ P.OVALE จะทำปฏิกิริยากับผิวบริเวณต่อมไขมันบนผิวหน้า เช่น หน้าผาก จมูก คาง จนทำให้เกิดเป็นสิวผด

-การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิว เช่น ผู้ที่มีผิวหน้าแห้ง แต่กลับไปใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน ก็จะทำให้ผิวหน้าแห้งมากยิ่งขึ้น จนเกิดความระคายเคืองและกระตุ้นให้เกิดสิวผด

-ความเครียด หากมีความเครียดมากจนทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวผดได้

-อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ล้างหน้า การใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเป็นประจำ จะทำให้ผิวหน้าแห้งตึงจนเกิดการระคายเคือง ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดสิวผดรวมไปถึงสิวประเภทอื่น ๆได้

วันนี้เราขอเอาใจทุกคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาดังกล่าว ด้วยการเอาวิธีรักษา สิวผด ปัญหากวนใจของคนผิวแพ้ง่าย ที่สามารถทำตามได้ทันทีมาแชร์ให้ได้ลองทำตามกันดู

สิวผด

วิธีรักษาสิวผด ปัญหากวนใจของคนผิวแพ้ง่าย

1.หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด

สาเหตุที่สาวๆ ต้องหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด นั่นเพราะแสงแดดคือสาเหตุหลักของการเกิดสิวต่างๆ ทั้งนี้หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดได้ ก็ควรจะปกป้องผิวจากการโดนแสงแดดโดยตรง เช่น ทาครีมกันแดดทุกวัน สวมเสื้อแขนยาว หรือกางร่มก็ช่วยได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้สำหรับใครที่เป็นสิวผดอยู่แล้ว แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่เหมาะสมกับสภาพผิว หรือทางที่ดีควรใช้ครีมกันแดดที่มีความมันน้อยจะปลอดภัยมากกว่า

2.ล้างหน้าให้ถูกวิธี

การล้างหน้าให้ถูกวิธี ถือเป็นสิ่งที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งในแต่ละวันสาวๆ ไม่ควรล้างหน้าเกิน 3 ครั้ง เพราะการล้างหน้าบ่อยๆ จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวผดที่รุนแรงยิ่งขึ้น และในส่วนของการล้างหน้านั้นควรทำให้ถูกวิธีตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งการล้างหน้าในช่วงระหว่างวันควรล้างด้วยน้ำเปล่า หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ทั้งนี้หลังออกกำลังกายควรล้างหน้าทุกครั้ง เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก ความมัน และแบคทีเรียออกไป

ใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนต่อผิว

3.ใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนต่อผิว

ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตาม เมื่อผิวมีสิวผด ควรเลือกใช้สูตรที่มีความอ่อนโยนต่อผิว ทั้งนี้ไม่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแชมพูและครีมนวดผมก็ควรเลือกใช้สูตรที่อ่อนโยนต่อผิวด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคืองนั่นเอง

4.ใช้ยา Ketoconazole

ในส่วนของการใช้ยา Ketoconazole จะใช้สำหรับสิวผดที่เกิดจากเชื้อยีสต์ ทั้งนี้แนะนำให้ใช้ยาชนิดนี้ในรูปแบบทาภายนอกดีกว่า เพราะช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัยมากกว่ารูปแบบรับประทาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยาชนิดนี้จำเป็นต้องใช้โดยการอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังเท่านั้น

5.ใช้ยา Adapalene

สำหรับยา Adapalene เป็นยากลุ่มเดียวกับกรดวิตามินเอ มีส่วนช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว ทำให้รูขุมขนมีขนาดที่เล็กลง ช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลง ส่งผลให้ผิวหน้ามันน้อยลง แต่ยาชนิดนี้ก็ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยเช่นกัน

6.ทำเลเซอร์

การทำเลเซอร์ถือเป็นวิธีรักษาสิวผดฉบับเร่งด่วน และก็ปฏิเสธไม่ได้อีกด้วยว่าวิธีนี้ถือเป็นทางเลือกที่ดีเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสิวผดได้อย่างเห็นผลแล้ว ยังช่วยรักษาสิวอุดตันได้ทั่วใบหน้าอีกด้วย สำหรับสาวๆ คนไหนที่พอมีกำลังทรัพย์ก็แนะนำให้ใช้วิธีนี้กันเลย อย่างน้อยก็ช่วยให้ความมั่นใจกลับคืนมาเร็วๆ

วิธีการรักษาสิวผดแต่ละวิธีที่เราได้เอามาแชร์ให้สาวๆ ได้เลือกนำไปใช้นั้น ล้วนให้ผลลัพธ์ที่ดีด้วยกันทั้งสิ้น แต่อาจจะมีความแตกต่างกันตรงที่ การแสดงผลลัพธ์ในแต่ละวิธีที่ใช้ จะใช้เวลายาวนานที่แตกต่างกัน เอาเป็นว่าใครสะดวกวิธีไหนก็เลือกใช้วิธีนั้นกันได้เลย

สูตรแก้ไขมือดำคล้ำ ด้วยวิธีธรรมชาติ

สูตรแก้ไขมือดำคล้ำ ด้วยวิธีธรรมชาติ

สูตรแก้ไขมือดำคล้ำ ด้วยวิธีธรรมชาติ

สูตรแก้ไขมือดำคล้ำ ด้วยวิธีธรรมชาติ การมีสุขภาพผิวที่ดีนั้น ย่อมไม่ใช่แค่เพียงความขาวใสของใบหน้าเพียงอย่างเดียว แต่คือการมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งทั่วร่างกาย มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีใบหน้าเปล่งปลั่ง แต่มือเท้าดำคล้ำ เวลาไปทำเล็บก็ออกมาไม่สวยเหมือนที่คิด ดังนั้นเราจึงได้มัดรวมสูตรแก้ไขมือดำคล้ำ โดยใช้วิธีจากธรรมชาติ หากใครอยากรู้เลื่อนลงไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

สูตรแก้ไขมือดำคล้ำ จากวิธีธรรมชาติ

ฝรั่ง

ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซี ที่มีอยู่ในเนื้อฝรั่ง จะช่วยปรับสีผิวและลดเลือนรอยเหี่ยวย่นบริเวณหลังมือ เพียงแค่นำมันฝรั่งมาปอกเปลือกแล้วต้มจนสุก จากนั้นนำมาบด หากมีน้ำมันมะกอก น้ำผึ้ง หรือนม สามารถผสมลงไปได้เลย โดยใช้อัตราส่วน อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน นำไปแช่เย็นก่อนนำมาพอกมือทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รอยดำคล้ำจะค่อยๆ จางไป

มะนาว

มะนาว

น้ำมะนาวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เจ๋งสุดๆ เนื่องจากมีสรรพคุณในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเป็นวิธีที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ หากจะใช้รักษามือดำคล้ำก็แค่ผ่าเสี้ยวแล้วโรยด้วยน้ำตาลทราย ขัดถูบริเวณที่มือดำประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด และทาครีมบำรุงกับครีมกันแดดตามทุกครั้ง เพราะมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ แต่อาจทำให้ระคายเคืองง่าย เพียงทำสัปดาห์ละครั้ง มือที่เคยดำคล้ำก็จะค่อยๆ ผ่องขึ้นมาเอง

ไข่ขาว+น้ำผึ้ง

ไข่ขาว+น้ำผึ้ง

จะช่วยในเรื่องของเพิ่มความยืดหยุ่น เต่งตึงให้กับฝ่ามือและหลังมือ โดยให้แยกไข่ขาวออกมา แล้วผสมน้ำผึ้งลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ซึ่งน้ำผึ้งนี่แหละที่จะเป็นตัวช่วยในการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ผลัดเซลล์ผิวที่คล้ำออก จากนั้นผสมให้เข้ากันนำมาทาบนหลังมือ ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

แตงกวา

แตงกวา

ใครๆ ก็รู้ว่าแตงกวาเป็น ราชินีแห่งการบำรุงผิว เนื่องจากในแตงกวามีสาร Natural Moisturizing Factors กรดอะมิโนซีสทีน และเมไธโอนีน ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องการฟื้นฟูและบำรุงผิว ดังนั้นหากนำมาหั่นบางๆ วางทาบลงบนหลังมือหรือจุดที่ดำคล้ำ ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก จะช่วยลดความคล้ำได้และชุ่มชื้นด้วยค่ะ สามารถทำได้ 2-3 ครั้ง ต่อวัน

และนี่ก็คือ สูตรแก้ไขมือดำคล้ำด้วยวิธีธรรมชาติ เพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ ที่กำลังมีปัญหาเหล่านี้กันอยู่ สามารถนำเอาไปลองปรับใช้ให้เหมาะสมกับเราได้นะคะ

5 วิธีรักษาฝ้า ให้ผิวกลับมาสวยใส

วิธีรักษาฝ้า กระ ให้ผิวกลับมาสวยใส รอยฝ้าดูจางลงด้วยตัวเอง ได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่วิธี ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาของสาวๆ ได้ดีเลยทีเดียว อย่าพลาดกันนะคะ

สูตรหมักผมให้แข็งแรง หมดปัญหาผมหลุดร่วง

สูตรหมักผมให้แข็งแรง หมดปัญหาผมหลุดร่วง เชื่อว่าปัญหาผมขาดหลุดร่วง คือหนึ่งในปัญหาที่คอยกวนใจสาวๆ อย่างมาก และปัญหานี้ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนหมดความมั่นใจในตัวเองไปเยอะเลยทีเดียว

5 วิธีรักษาฝ้า ให้ผิวกลับมาสวยใส

5 วิธีรักษาฝ้า ให้ผิวกลับมาสวยใส

5 วิธีรักษาฝ้า ให้ผิวกลับมาสวยใส รอยฝ้าดูจางลงด้วยตัวเอง ได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่วิธี ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาของสาวๆ ได้ดีเลยทีเดียว อย่าพลาดกันนะ เนื่องจากเราได้นำวิธีรักษาแบบธรรมชาติมาฝาก สาวๆที่กำลังมองหาทางรักษาฝ้าอยู่ ทำอย่างไรก็ไม่หายไปสักที ลองมาดูกันค่ะ

5 วิธีรักษาฝ้า ให้ผิวกลับมาสวยใส

ฝ้า ( Melasma ) ถือเป็นปัญหาสุดแสนจะกลุ้มของกลุ่มสาวๆ เลยก็ว่าได้นั่นเองค่ะ เพราะฝ้านั้นจะเกิดบนผิวหน้าเป็นหลัก โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้มและหน้าผาก ซึ่งฝ้าจะมีบริเวณกว้างและเห็นค่อนข้างเด่นชัด ทำให้สาวๆ หลายคนพยายามหาทางกำจัดฝ้าให้หมดไป

กระบวนการเกิดฝ้านั้นมาจากการที่เม็ดสีผิวทำงานมากเกินไป โดยมากมักมาจากการที่ผิวโดนแดด ซึ่งแสงแดดคือตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้าได้ค่ะ นอกจากนี้สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าได้ เช่น การทานยาบางชนิด ฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ ก็มีส่วนที่ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกันค่ะ ซึ่งเมื่อเกิดฝ้าขึ้นมาแล้ว ก็สามารถ รักษาฝ้าด้วยวิธีแบบธรรมชาติ ได้ดังนี้

วิธีรักษาฝ้า

5 วิธีรักษาฝ้า ให้ผิวกลับมาสวยใส กินวิตามิน

1. กินวิตามิน

การกินวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินเอ วิตามินซีและวิตามินอีนั้น สามารถช่วยลดฝ้าได้ ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นการบำรุงผิวจากภายใน ช่วยให้ผิวแข็งแรงสามารถทนต่อแสงแดดได้ดีขึ้นและช่วยลดการเกิดฝ้าใหม่ได้ค่ะ

5 วิธีรักษาฝ้า ให้ผิวกลับมาสวยใส น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล

2. น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล

     น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล หรือ apple cider vinegar สามารถช่วยลดฝ้าได้ โดยเราสามารถใช้เช็ดหน้าแทนโทนเนอร์ได้ค่ะเพียงผสมกับน้ำอุ่นเล็กน้อย เพราะสรรพคุณที่มีฤทธิ์เป็นกรดและมีโพแทสเซียมสูง จึงช่วยผลัดเซลล์ผิวได้และช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ช่วยลดจุดด่างดำและช่วงลดรอยดำจากสิวด้ด้วยค่ะ

5 วิธีรักษาฝ้า ให้ผิวกลับมาสวยใส  น้ำใบบัวบก

3. น้ำใบบัวบก

     วิธีที่ช่วยรักษาฝ้าได้แบบธรรมชาติๆ อีกวิธี ก็คือการใช้ใบบัวบกมาเช็ดหน้าแทนโทนเนอร์ค่ะ โดยใช้น้ำใบบัวบกเช็ดหน้าแล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที จากนั้นล้างออก เพียงเท่านี้ก็จะสามารถช่วยลดฝ้าได้แล้วค่ะ

ทาครีมบำรุง

4. ทาครีมบำรุง

     ครีมบำรุงที่มีสารไวท์เทนนิ่ง ช่วยให้ผิวหน้านั้น ดูขาวกระจ่างใสขึ้นเช่น วิตามินซี, อาร์บูติน (Arbutin), AHA หรือสารสำคัญอื่นๆ แต่ควรเป็นครีมที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจากแพทย์ผิวหนัง และต้องใช้เป็นประจำเช้าเย็น อย่างต่อเนื่อง จึงจะเห็นผลได้ดีที่สุด และถ้าพูดถึงครีมทาฝ้าที่ซึมลงลึกระดับเซลล์ผิว

เพื่อจัดการฝ้าแดดที่ต้นตอ ใช้แล้วเห็นผลดีสุดๆ ล่ะก็ ขอแนะนำ นีเวีย ลูมินัส 630 สปอตเคลียร์ทรีทเม้นท์ ซึ่งเป็นทรีทเม้นท์เซรั่มเข้มข้นที่มีสารลูมินัส 630 เอกสิทธิ์เฉพาะ ของทางนีเวีย โดยเจ้าสารตัวนี้จะช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส

สาเหตุหลักของการเกิดฝ้า ทำให้ฝ้าสะสม จุดด่างดำ จางลงได้ใน 4 สัปดาห์เลย มั่นใจได้เลยว่าไม่มีผลข้างเคียง รับรองแล้วจากแพทย์ด้านผิวหนัง บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทม ที่จะช่วยรักษาฝ้าแบบเป็นธรรมชาติ ถ้าใครมีฝ้าแดดสะสมหนักๆ อยากลดฝ้าและจุดด่างดำ ตัวนี้ตอบโจทย์มากๆ และผู้ชายก็ใช้ได้นะคะ

ยาทาฝ้า

5. ยาทาฝ้า

     อย่างสุดท้ายคือการทายาสำหรับลดฝ้าโดยเฉพาะค่ะ ยาประเภทนี้จะช่วยทำให้ฝ้าเดิมที่มีอยู่ลดลงได้ และช่วยป้องกันไม่ให้ฝ้าเกิดใหม่ได้ด้วย ซึ่งหากต้องการให้ยาทาฝ้าทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ควรทาควบคู่ไปกับครีมกันแดดด้วยค่ะ แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่จะไปซื้อยามาทาต้องมีการปรึกษาเภสัชกรและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน

ทิ้งท้าย

ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน จะมีสูตรรักษาฝ้า และมีเทคโนโลยีทางการแพทย์มากมายที่ช่วยได้ แต่อย่างไรก็ตามการป้องกันไว้ก็ย่อมจะดีกว่าค่ะ โดยเราควรเริ่มจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด และหมั่นทาครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิว หลีกเลี่ยงไอร้อนจากเตา รังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงพยายามเลือกเครื่องสำอางและสกินแคร์ที่ดี มีคุณภาพ หากใช้แล้วเกิดความผิดปกติ กับผิว หรือเกิดฝ้าขึ้นให้รีบหยุดใช้ทันทีนะคะ

ติดตามสาระดีๆเพิ่มเติมได้ที่ : pricecarth